กล่องกระดาษลูกฟูก vs กล่องพลาสติก: เลือกแบบไหนดีสำหรับธุรกิจคุณ?

กล่องกระดาษลูกฟูก

แนะนำการเลือกกล่องกระดาษลูกฟูก หรือ กล่องพลาสติกเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม

ปัจจุบันเราอยู่ในโลกธุรกิจที่ต้องจัดการด้านการขนส่ง บรรจุภัณฑ์ และ การจัดเก็บสินค้า “กล่องบรรจุภัณฑ์” ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อทั้งต้นทุน ภาพลักษณ์ และ ประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการตลาด โดยหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยจากเจ้าของธุรกิจ คือ ควรเลือกใช้กล่องกระดาษลูกฟูก หรือกล่องพลาสติก? แบบไหนดีกว่ากัน โดยกล่องทั้งสองประเภทนั้นมีข้อดี ข้อจำกัด และ ความเหมาะสมในบริบทที่แตกต่างกัน ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาไปวิเคราะห์เชิงลึก เปรียบเทียบ และ แนะนำวิธีเลือกกล่องให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม

ทำความรู้จักกับกล่องกระดาษลูกฟูก และ กล่องพลาสติก

โดยก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่ากล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) นั้นคือกล่องที่ผลิตจากกระดาษที่ประกบกันหลายชั้น มีชั้นลูกฟูกอยู่ตรงกลาง โดยตัวกล่องประเภทนั้นมีหลายเกรด และ ความหนา เช่น ชั้นเดียว (Single Wall), สองชั้น (Double Wall) ส่วนใหญ่มักนิยมใช้งานมากในอุตสาหกรรมขนส่ง, อีคอมเมิร์ซ และ สินค้าทั่วไป เป็นต้น ซึ่งกล่องกระดาษลูกฟูก นั้นมีข้อดีหลักที่ น้ำหนักเบา , รีไซเคิลได้ , มีราคาถูก , พิมพ์ลาย และ โลโก้ได้ง่าย นั้นเอง
แต่ก็มีข้อเสียที่ ไม่กันน้ำ , ไม่ทนต่อแรงกดทับสูงมากและ ใช้งานซ้ำได้จำกัด นั้นเอง

ต่อมากล่องพลาสติก (Plastic Box) นั้นคือกล่องที่ทำจากพลาสติกประเภท PP, HDPE หรือ PET โดยมีให้เลือกทั้งแบบทึบ แบบโปร่งใส และ แบบมีฝาปิดล็อก โดยมีข้อดีหลักของกล่องประเภทนี้ซึ่งมีความทนทาน ใช้งานซ้ำได้หลายรอบ  , สามารถกันน้ำ และ ความชื้นได้ดี , รองรับน้ำหนักได้ดี และ ล้างทำความสะอาดได้ง่าย เป็นต้น แต่ก็มีข้อเสียที่มีราคาสูงกว่ากล่องกระดาษ อีกทั้งยังสามารถพิมพ์ลายได้ยากกว่า และ ไม่เหมาะกับการใช้งานครั้งเดียว

ควรเลือกกล่องกระดาษลูกฟูก หรือ กล่องพลาสติกแบบไหนดี? ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ

  1. ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

    หากเป็นธุรกิจที่ซื้อขายออนไลน์นั้นควรเลือกใช้งานกล่องกระดาษลูกฟูกมากกว่าเนื่องจากกล่องประเภทนี้นั้นจะมีต้นทุนต่อชิ้นต่ำกว่า รวมถึงยังสามารถพิมพ์แบรนด์ หรือ โลโก้ลงบนกล่องได้ อีกทั้งยัง
    เหมาะกับการขนส่งสินค้าครั้งเดียว และ ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

  2. ธุรกิจโลจิสติกส์ / คลังสินค้า

    หากเป็นธุรกิจที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์นั้นควรเลือกกล่องพลาสติกมากกว่า โดยมีเหตุผลดังนี้ กล่องพลาสติกนั้นสามารถใช้ซ้ำได้ จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว อีกทั้งยังทนต่อแรงกระแทก น้ำ และ ฝุ่นได้ดี และ สามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย

  3. ธุรกิจเกษตร และ อาหารสด

    ในกระบวนการทางการเกษตร และ อาหารสดนั้นควรเลือกกล่องพลาสติกเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์เนื่องจาก สินค้าต้องการความสะอาด และ ทนชื้นอย่างมาก อีกทั้งกล่องพลาสติกนั้นจะไม่อ่อนตัวเมื่อเปียกชื้น และ ยังสามารถลดการปนเปื้อนจากบรรจุภัณฑ์ฉีกขาดได้

  4. ธุรกิจค้าปลีก/หน้าร้าน

    สำหรับในธุรกิจค้าปลีกนั้นควรเลือกกล่องกระดาษลูกฟูก (หากเน้นความสวยงาม และ ใช้ครั้งเดียว)
    หรือ กล่องพลาสติก (หากต้องการใช้เก็บของระยะยาวภายในร้าน) ก็ได้เนื่องจากต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการใช้งานเป็นหลักนั้นเอง

ปัจจัยในการตัดสินใจเลือกกล่องกระดาษลูกฟูก หรือ กล่องพลาสติก

  1. จำนวนรอบการใช้งาน

    หากต้องการคำนึงถึงจำนวนในการใช้ซ้ำของกล่องนั้นถ้าใช้ขนส่งเพียงครั้งเดียวการเลือกกล่องกระดาษลูกฟูกจะเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการใช้ซ้ำหลายครั้ง ควรเลือกกล่องพลาสติกจะเหมาะสมกว่าเช่นกัน

  2. ประเภทสินค้า

    หากเป็นสินค้าเปียก ชื้น หนัก นั้นการเลือกกล่องพลาสติกจะตอบโจทย์การใช้งาน แต่ถ้าหากเป็นสินค้าทั่วไปที่ เบา และ แห้ง ควรเลือกกล่องกระดาษลูกฟูกจะตอบโจทย์ที่สุด

  3. งบประมาณ

    งบประมาณในการเลือกใช้ก็มีผลต่อการตัดสินใจเช่นกัน โดยหากต้องการควบคุมต้นทุนต่อชิ้นการเลือกกล่องกระดาษลูกฟูกจะตอบโจทย์กว่า แต่หากมองในระยะยาว/ลงทุนระยะเริ่มต้นได้ การใช้กล่องพลาสติกจะคุ้มกว่าเช่นกัน

  4. ภาพลักษณ์แบรนด์

    สำหรับในบางองค์กรภาพลักษณ์ของก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยการใช้กล่องกระดาษลูกฟูกจะสามารถออกแบบให้ดูสวย ทันสมัย และ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า แต่หากเป็นกล่องพลาสติกก็จะดูพรีเมียม ทนทาน และ มืออาชีพในบางบริบทเช่นกัน ซึ่งควรพิจารณาตามความต้องการอย่างรอบคอบ

แนวโน้มในอนาคตในการเลือกกล่องกระดาษลูกฟูก หรือ กล่องพลาสติกแบบไหนดีในปี 2025

สำหรับเทรนด์ในปัจจุบันนั้นมักมีแนวทางรักษ์โลกเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้หลายๆแบรนด์หันมาใช้กล่องกระดาษลูกฟูกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 100% กันเพิ่มมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ก็ช่วยสนับสนุนการใช้กล่องพลาสติกแบบคืนกลับ หรือ ระบบเช่าใช้ (Returnable Packaging) เช่นกัน โดยยังมีเทคโนโลยี เช่น QR Code หรือ RFID ที่สามารถถูกติดตั้งบนกล่องพลาสติกเพื่อใช้ในระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะได้ง่ายขึ้น ทำให้กำเนิดกล่องไฮบริด ซึ่งมีการเริ่มผลิตกล่องที่ใช้โครงสร้างพลาสติกบางส่วนประกบกับกระดาษลูกฟูก เพื่อให้ได้ทั้งความแข็งแรง และ ลดพลาสติกนั้นเอง

จากที่กล่าวมาจะพบว่าการเลือกใช้ “กล่องบรรจุภัณฑ์” ที่เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องของต้นทุน แต่มันสะท้อนถึงวิธีคิดในการบริหารจัดการ และ ทิศทางของธุรกิจในระยะยาวทำให้กล่องกระดาษลูกฟูกอาจเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณต้องการควบคุมงบประมาณ และ รักษ์โลก ส่วนกล่องพลาสติกจะตอบโจทย์ด้านความทนทาน และ การใช้งานซ้ำในกระบวนการภายในองค์กร ทำให้ไม่ว่าคุณจะเลือกกล่องแบบใด สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกให้ตรงกับบริบทการใช้งานจริง เพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นหากกำลังมองหากล่องกระดาษลูกฟูกที่เหมาะสมกับองค์กรเราขอแนะนำ บริษัท ที.ที.คาร์ทัน จำกัด ให้บริการออกแบบ และ ผลิต กล่องกระดาษลูกฟูกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น รับผลิตกล่องลูกฟูก สำหรับสินค้าทุกประเภท หรือ กล่องลูกฟูกพิมพ์ลาย ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับแบรนด์ นอกจากนี้ เรายังมีบริการออกแบบ กล่องหูช้าง กล่องหูหิ้ว กล่องใส่เอกสารที่ออกแบบเฉพาะเพื่อตอบสนองความต้องการในแต่ละอุตสาหกรรม ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา และ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนออกแบบ ไปจนถึงการผลิต และ ส่งมอบที่ทันท่วงที เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันธุรกิจของคุณให้เติบโต และ โดดเด่นในตลาดแข่งขันปัจจุบัน

ติดต่อสอบถาม

บริษัท ที.ที.คาร์ทัน จำกัด
16 ซอยกรุงเทพกรีฑา 37 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10250
Email : sale.ttcarton@gmail.com